AE 的个人资料Destiny of Love照片日志列表更多 工具 帮助

chitwadee AE

兴趣
I love ice-cream.
此共享空间没有音乐列表。
第 1 张,共 51 张
尚未添加列表。

Destiny of Love

6月3日

สีสันของความต่าง

เมื่อวานเย็น นัดรวมเพื่อนๆ ในแก๊งแหละ
เรานัดเจอกัน 5 โมงเย็น ใต้แถบ ซึ่งก็เป็นธรรมดากับเวลามาถึงของแต่ละคน ซึ่งก็จะพอรู้ๆ กันว่า ใครจะมาก่อน มาหลัง หรือไม่เคยมาทัน ไม่ต้องเสียเวลาเดา (ก็นัดกันมาตั้งกี่ครั้งแล้วล่ะ)
 
เมื่อมากันได้จำนวนพอสมควร ก็ทยอยกันไปที่ ร้าน To-Sit หลังสวน พวกเราจองโต๊ะยาวๆไว้ ก็เป็นธรรมดาอีกเช่นกัน ที่สาวๆ ก็จะนั่งจับกลุ่มกัน เพื่อให้ได้ตำแหน่งเหมาะๆ ในการเม้าท์
 
เวลาไปกินข้าวเราก็เห็นความต่างของเพื่อนๆ โดยอาจแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ได้ ตัวอย่างเช่น
              1. กลุ่มจัดการความเรียบร้อย กลุ่มนี้จะจัดการเรียกพนักงาน เลือกอาหาร แล้วก็สั่งๆๆ
              2. กลุ่มบริการ ก็จะคอยเทน้ำ ตักข้าว มองดูว่าใครอยากได้อะไรอีกมั้ย
              3. กลุ่ม Entertain กลุ่มนี้จะคุยๆๆ โม้เรื่องโน้น เรื่องนี้ ให้ขำๆ กัน
              4.ส่วนกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มที่จะนั่งเฉยๆ ปล่อยให้คนอื่นสั่งอาหาร เทน้ำ ตักข้าวให้ คอยฟังคนโน้นคนนี้เม้าท์ไปเรื่อยๆ มีหน้าที่แค่คอยพูดว่า ขอบใจนะ แกคนดีว่ะ  แล้วก็ขำเสียงดังๆ เท่านั้นก็เป็นพอ (ซึ่งก็ไม่แปลกที่ชั้นต้องอยู่กลุ่มนี้แน่นอน)
 
กินข้าวเสร็จ ก็ไปต่อด้วยการร้องคาราโอเกะ ที่ SF MBK
 
การร้องเพลงเป็นเรื่องที่ทุกคนชอบ แต่จะอินมาก อินน้อยแตกต่างกันไป
             1. กลุ่มที่ชอบรีเควสเพลง พวกนี้จะเลือกๆ กดๆ เพลงนี้เพลงหากินเลยต้องเอาๆ  ประมาณนั้น
             2. กลุ่มที่ร้องได้ทุกเพลง ประมาณว่าเพลงไหนมา ชั้นสามารถย่ะ
             3. จะเป็นพวกเขินนิดๆ อายหน่อยๆ แค่ได้ฟังเพื่อนร้องก็แสนจะมีความสุขแล้ว
ส่วนเรื่องความไพเราะเนี่ยคงไม่อาจวิจารณ์ หรือแบ่งกลุ่มได้ เนื่องจากว่า ร้องกันได้ไพเราะ เพราะพริ้งมากๆ เหมือนๆ กันหมดไม่ได้แตกต่างเล๊ยยย
 
ร้องเสร็จก็แยกย้ายกันกลับตอนประมาณเที่ยงคืนได้ เรากลับพร้อมมีน กล้วย แนน และจู
                          ขอบใจมีนนะที่ขับรถไปส่งถึงหน้าหอเชียว
                          ขอบใจแนนด้วยที่ให้ที่พักพิงเสมอมา และคงตลอดไป
                          ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่มาเจอกันอีกครั้ง มาสนุกด้วยกัน และทำให้เรา เข้าใจประโยคที่ว่า
                                                       " แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก "  
                              ทำให้รู้ว่า....ความแตกต่างมันก็เป็นสีสันหนึ่งของชีวิตเรา....นี่เอง    
4月14日

You've got a freind

You've got a friend



When you're down and troubled
And you need some loving care
And nothing, nothing is going right
Close your eyes and think of me
And soon I will be there
To brighten up even your darkest night

You just call out my name
And you know wherever I am
I'll come running to see you again
Winter, spring, summer or fall
All you have to do is call
And I'll be there


If the sky above you
Grows dark and full of clouds
And that old north wind begins to blow
Keep your head together
And call my name out loud
Soon you'll hear me knocking at your door

You just call out my name
And you know wherever I am
I'll come running to see you
Winter, spring, summer or fall
All you have to do is call
And I'll be there

Ain't it good to know that you've got a friend
When people can be so cold
They'll hurt you, and desert you
And take your soul if you let them
Oh, but don't you let them

You just call out my name
And you know wherever I am
I'll come running to see you again
Winter, spring, summer or fall
All you have to do is call
And I'll be there
You've got a friend

Jame taylor
12月4日

บอกกันได้ไหม

เคยมีใครคนนึงบอกเราว่า...
 
" หากเห็นฟ้าเป็นสีส้ม   นั่นฝนกำลังจะตก
........ถ้าฝนตกให้รอเค้าด้วย  เค้าจะช่วยกางร่มให้ "
 
 
ใครคนนั้นบอกอีกว่า...
 
" หากเห็นฟ้าไม่มีดาว  อากาศจะหนาวนะคืนนี้
........ถ้าเราหนาวให้ห่มผ้าด้วย  จะได้ไม่ป่วยง่ายๆเหมือนเค้า "
 
 
ใครคนเดิมยังบอกว่า...
 
"หากเห็นฟ้าไม่มีเมฆ   กลางวันนี้น่าจะร้อน
......ถ้าเราร้อนให้อาบน้ำด้วย   เพราะมันช่วยคลายร้อนได้ "
 
 
แต่ใครคนนั้นไม่เคยบอกเราเลยว่า...
 
  ในคืนนี้..   คืนที่ฝนไม่ตก     คืนที่อากาศไม่หนาว    คืนที่เราไม่ร้อน
  
" แต่เป็นเพียงคืนเหงา ๆ ....คืนนี้ เราควรทำอะไร หรือเธอ "
 
 
9月30日

เรื่องมหัศจรรย์

จะบอกว่าปีนี้เปนปีแรกที่ได้รับการ์ดและของขวัญวันเกิดอย่างไม่คาดฝันมาก่อน
 
เรื่องมีอยู่ว่า...เมื่อวันอังคารที่แล้วซึ่งตรงกับวันที่ 26 กย. ผองเพื่อนได้นัดกันไปซิสเลอร์เพื่อเลี้ยงส่งนกกัน (อ๊ะ เพิ่งนึกออก แล้วมัยนกมันต้องออกตังด้วยฟะ..เรียกว่าเลี้ยงส่งได้ป่าวนี่)  เพื่อนๆนัดกัน 6 โมงที่มาบุญครอง แต่กว่าเราจะไปถึงก็ประมาณทุ่มก่า ๆ แระ 
 
...พอไปถึงก็ตามฟอร์ม นั่งกินๆ คุยๆ ถ่ายรูปๆ เฮฮาเสียงดัง กันไปเรื่อยเปื่อย แน่นอนว่าไม่มีบรรยากาศของความซึ้งเศร้าตรึงใจเกิดขึ้นแน่นอน  พอกินใกล้ๆ จะเสร็จ ไอ้นกก็ถามหาการ์ดไรซักอย่าง
       นก : เฮ้ย แกรๆๆ การ์ดอยู่ไหนอ่ะ ??
มองไปมองมา อ๊ะ อยู่ที่ไอ้กลม  มันเอาไปทำเปนที่รองแขนซะแล้ว มีรอยน้ำหกใส่ด้วย เหมือนเคยถูกใช้เปนที่รองแก้วมาก่อนหน้านั้น แง้ววว.. 
พอเห็นดังนั้น เราก็กำลังจะอ้าปากวีน (ตามเคย) 
       เอ๋ :  เอ๊ !! แกรรรอย่าเพิ่งๆ ให้ชั้นเขียนก่อนดิ
เพราะนึกว่าเปนการ์ดอวยพรนก  แต่เมื่อหันไปสบตากลมๆของไอ้นก ก็รู้ทันทีว่ามีเลศนัยแอบแฝงอยู่     
       นก : นั่นมันการ์ดวันเกิดแกต่างหาก  
ในช่วงเวลาเดียวกันนี่เองที่ไอ้รันก็หยิบเจ้าไดอารี่เล่มน้อย สีเขียวบาดใจออกมายื่นให้  ( เสียงในใจเราดังก้องขึ้นมาทันทีว่า โอ้ววนี่เปนครั้งแรกจิงๆ ที่ surprisingly ดีใจและขอบใจมากๆ นะจ๊ะ  แต่จำไม่ได้แล้วว่าพูดออกไปรึป่าว)  
 
วูปเดียวเท่านั้นฉากเหตุการณ์ในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัวอันประกอบด้วยสมองน้อยๆ ของชั้น  สถานการณ์เดียวกันวันเกิดตูนี่แหละ แต่เหตุเกิดที่ หอยู 
 
เรื่องมีอยู่ว่า....ดึกๆ ของวันที่ 26 ซึ่งไอ้นกพยายามทำไรซักอย่างเพื่อไม่ให้เรานอนก่อนเวลาอันควร และแล้วก็ถึงเวลา เสียงโทรศัพท์มือถือเราดังขึ้น  อ๊ะ ไอ้เอกโทรมามัยฟะ ดึกป่านนี้  ด้วยความสตออย่างแรงของเอก (ซึ่งทุกคนรู้กันดี)
       เอก : เอ๋ ๆ แก ลงมาหาเราข้างล่างหน่อยดิ  มีเรื่องจะคุยด้วย (ทำเสียงแบบทุกข์ร้อน) 
       เอ๋  : เรื่องไรหรอแก (ทำเปนแกล้งห่วงใย) 
       เอก : เอ่อๆ ลงมาเหอะ  
ไอ้เราก็เดินออกจากห้องผ่านระเบียงทางเดิน ไอ้ตรงโค้งนั่น แล้วก็มองลงไปข้างล่าง
 
เฮ้ย!! นั่นมันไรว่ะ มันไปซุ่มกันอยู่ตรงพุ่มไม้มัยเนี่ย บ้าป่าวเพื่อนช้านน
 
พอลงไปถึงข้างล่างและต้องเดินผ่านเจ้าพุ่มไม้อย่างว่า  ก็มีเด็ก ญ เด็ก ช ค่อยๆ ผุดออกมาทีละหน่อ (จำไม่ได้แล้วว่ามีใครบ้าง)  พร้อมกับถือปีโป้คนละอัน สองอัน ซึ่ง ณ ตอนนั้นชั้นต้องแกล้งทำเปนไม่รู้ไม่เห็นมาก่อนว่ามีพวกแกแอบซุ่มอยู่ 
 
เมื่อผุดมาครบทุกคนก็ แฮปปี้เบิร์ดเดย์แกะปีโป้กินกัน หนุกหนานๆ (แม้เหตุการณ์การนี้จะไม่ surprisingly เพราะรู้ตั้งแต่ตอนที่ไอ้นกพยายามทำไรซักอย่างเพื่อไม่ให้เรานอนก่อนเวลาอันควรนั่นแล้ว...ก็นกมันหลอกใครเปนซะที่ไหนล่ะ....แต่ก็ดีใจและตื่นเต้นมากมายอยู่ดี)
 
จิงๆ มีเหตุการณ์ดีๆ ไม่คาดฝัน อีกมากมายในวันเกิดที่อยากเล่า
 (....นี่เจ๊ ก็อย่าเวอร์ให้มันมากนักเลย จะตื่นเต้นทำไมเนี่ย แค่นี้ก็ไม่รู้หรอ....เสียงแว่ว จากคนรอบข้าง)
แต่รู้สึกว่าการเล่าครั้งนี้เริ่มจะยืดยาวเกินไปซะแล้ว
 
ข้อคิดวันนี้ : หลายคนอาจมองว่าวันเกิด ก็เปนวันธรรมดาๆ วันนึงไม่เห็นจะต้องมาตื่นเต้นไรเลยนี่นา แต่สำหรับเรา 
                                   
                                    " มันเปนเรื่องบังเอิญ หรือตั้งใจ มันเกิดขึ้นจริงๆ หรือฝันไป
                                     การที่เรานั้นได้พบกันที่บนโลกนี้  แต่ไม่รู้จะพูดมันอย่างไร
                                              ว่าหมดทั้งหัวใจที่ฉันมี ชั้นเชื่อว่าสิ่งนี้.."
 
เราว่ามันเปนเรื่องมหัศจรรย์ 
ขอบคุณป๊ากะแม่ ขอบใจพี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ที่ทำให้วันธรรมดาๆ ของ ผู้หญิงคนนี้กลายเปนวันที่มหัศจรรย์ได้มากมาย
9月10日

อ๋อ...เปนอย่างนี้ นี่เอง

เหตุเกิด เมื่อเช้า ขณะที่ข้าพเจ้าเพิ่งตื่นนอน  พอเดินออกมาจากห้องก็เจอแม่ข้าพเจ้านั่งอยู่
 
บทสนทนาแม่-ลูก
เอ๋  : อ้าว!! แม่มัยยังไม่นอนอีกง่ะ
แม่ : พอดีเมื่อเช้าไปเชียร์อาพรชัย(เพื่อนป๊า) แข่งวิ่งมา
เอ๋  : อ๊ะ! จิงดิ
แม่ : เอ่อนี่ (ทำเสียงตื่นเต้น-น่าสนใจด้วย) ป๊า โคตรตลกเลยอ่ะ
เอ๋  : ขำๆ ตามประสา กัวแม่หาว่าไม่ตลก (ทั้งที่แม่ยังไม่ได้เล่า) แล้วก็ถามต่อว่า มัยหรอ??
 
แม่ข้าพเจ้าก็เล่าไปเล่ามา โดยมีเสียงประกอบ ให้ลูกได้รู้สึกเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จิง (ซึ่งตามสไตล์แม่ต้องเล่าซ้ำ 2 รอบด้วย)
 
สรุปความได้ว่า บิดาข้าพเจ้าค่ะ ...ขณะที่ยืนชะเง้อคอ...รอลุ้นอาพรชัยอยู่นาน 
เฮ้ยๆ มาแล้วๆ ป๊าเห็น นั่นไง  อย่ากระนั้นเลย กัวเพื่อนหมดกำลังใจ
คุณบิดาจึงยกกรวยที่ใช้วางกั้นทางบนถนน (ไอ้ส้มๆ ที่มันเหมือนหมวกปีใหม่อ่ะ) ขึ้นมาใช้แทนโทรโข่งค่ะ 
ตะโกนเชียร์เพื่อน   "พรชัยสู้ๆ..พรชัยสู้ๆ.." อย่างไม่แยแสชาวบ้าน (ตอนเล่า แม่ทำเสียงดัง เหมือนกำลังเชียร์จิงด้วย โฮะๆๆ)
ซึ่งถ้าข้าพเจ้าเดาไม่ผิดเนี่ย คุณมารดาเองก็คงกระโดด โหยงเหยง กรี๊ดกร๊าดดด อยู่ข้างๆ เช่นกัน
 
โอ้ววว!!  ข้าพเจ้าเข้าใจทันที
"ชั้นเหมือนพ่อกะแม่นั่นเอง  แหม!! ทำไปได้"
 
เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า  "รักแท้แพ้ใกล้ชิดค่ะ"    แป่ววววว... เกี่ยวไรหว่า
6月30日

Diary

เมื่อวานได้นั่งอ่าน Diary ของตัวเองที่เขียนไว้ตอนเด็กๆ (หมายถึงตอนเรียนป.ตรี อ่ะนะ )ฮาดีอ่ะ
เราแม่งเขียนไร ไร้แก่นสาร ไร้ทิศทาง แบบเอาทุกเรื่องมาปนกันหมด แล้วก็ต้องมีประโยคประมาณว่า
" เราน่ารักที่สุดเลย" (ชมตัวเองตลอดเวลา) 
"พรุ่งนี้เราจะตื่นเช้าและทำความดีก่อนอย่างน้อย 1 อย่างก่อนอาบน้ำ" (ความตั้งใจเป็นเลิศ แต่จำไม่ได้แล้วว่าเคยทำได้ป่าว)
 
เอ่อ แถมเมื่อก่อน เราเคยตื่นเช้า ไปวิ่งออกกำลังกาย ก่อนไปเรียนด้วยว่ะ (ซึ่งเด๋วนี้ตื่นเช้าสุดก็ปาเข้าไป 7 โมงครึ่งแล้วอ่า)
 
แล้วนี่ที่ฮา อีกเรื่องคือ เราดันอ่านเจอกลอนที่แต่งเองด้วยว่ะ (แต่ละอันอย่างเห่ยอ่ะ!!) ตย.
 
" วันนี้อยากบอกว่ารัก        ถ้ารู้จักรักเป็นเช่นไร
  วันนี้ถ้าบอกว่าคิดถึง         เธอจะซึ้งบ้างมั๊ย...เธอเอ๊ย
  พรุ่งนี้หากต้องจากเลย     คงดีที่เคยรักกัน"
 
ดูดิ !! สงสัยตอนนั้นกำลัง Falling in love หนุ่มหล่อๆ อีกตามเคย
 
ว่าแต่ไอ้ที่เล่ามานี่ ก็ไม่ได้มีสาระไรเลย
คนอ่านก็อาจเซ็งๆ ว่าแม่งมาบ่นไรเนี่ย
 
จริงๆ ก็แค่อยากบอกตัวเองว่า
 
อดีตก็คืออดีต เอามาอ่านให้ขำๆ หรือเศร้าบ้างก็ได้
แต่วันนี้...วันของเรา
วินาทีนี้ นี่แหละ ที่กำลังจะกลายเป็นอดีต เรื่องราวทั้งหมดอยู่ที่เราจะพา จะเขียนให้มันขำๆ หรือเศร้าบ้างก็ได้
 
ด้วยใจของเราเอง
6月13日

อยากเห็นรุ้งกินน้ำอีกจัง !!

                                         " โซ่หมุนให้ล้อ...วน              
                                          ดวงดาวหมุนให้มุ่ง...ไป
                                          ช้า-ช้า แต่มีความหมาย     
                                          ขอบฟ้าแสนไกลใกล้เข้ามา
 
โซ่หมุนให้ล้อ...วน                
      โลกหมุนให้รัก...มา
      รอยยิ้ม ณ ริมขอบฟ้า        
      คือปรารถนาแห่งหัวใจ "
 
     จักรยานที่มีคนซ้อนท้ายนั้น  มันก็ต้องหนักขึ้นเป็นธรรมดา 
 
                                             เจ้าหงิญ
                                      บินหลา  สันกาลาคีรี